ย้อนกลับไปเมื่อปีพศ.2516 ในขณะที่คนกลุ่มเล็กๆเท่านั้น ที่รู้จักปลาอะโรวาน่า หรือ ปลาตะพัด การเริ่มต้นหัดเลี้ยงก็มาตั้งแต่ตอนนั้น
ซึ้งในเวลานั้น ข้อมูลในการเลี้ยงต่างๆไม่ค่อยมีต้องอาศัยการเฝ้าการดูแล คอยสังเกตพฤติกรรม การใช้น้ำน้อยน้ำมาก
ค่า ph สูงต่ำ การตั้งปลาในห้องแอร์และนอกห้องแอร์ การจัดตู้ ที่มีหินกรวดด้านล่าง หรือไม่ควรมี ถ้ามีหินกรวดอยู่ด้านล่าง
ควรดูแลน้ำอย่างไร เพราะเป็นจุดเสี่ยงของเชื้อโรคต่างๆ อุปกรณ์การกรองต้องใช้การทดลอง ทั้งนอกตู้และในตู้ สารพัดปัญหาค่อยพัฒนามาเรื่อยๆ จากการเลี้ยงปลาอะโรวาน่าเงิน 1 ตัวในขณะนั้น ราคาประมาณ 1000 บาท มาเป็นอะโรวาน่าเขียว, อะโรวาน่าออสเตเลีย, อะโรวาน่าแดงหนึ่งครึ่ง,อะโรวาน่าแดง, อะโรวาน่าทองอินโด, อะโรวาน่าทองมาเลย์ ในขณะเดียวกันก็เลี้ยงปลาช่อนอเมซอนควบคู่มาด้วย
ด้วยใจรักเกี่ยวกับการเลี้ยงปลา จึงได้ไปขยายบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ เลี้ยงปลาช่อนอเมซอนที่เชียงรายจนสามารถขยายพันธุ์ปลาอเมซอนเป็นจำนวนมาก ( เมื่อปีพศ.2535 ) และเริ่มส่งออกต่างประเทศในปีถัดไป ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งเดียวในเอเชียที่สามารถขยายพันธุ์ ปลาชนิดนี้ได้ในเวลานั้นและไม่แน่ว่าจะเป็นที่เดียวในโลกที่สามารถเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยงชนิดนี้ได้ ( เท่าที่ทราบไม่มีที่ใดในโลกสามารถเพาะเลี้ยงได้ นอกจากจับลูกปลาในแหล่งธรรมชาติของมัน
จากนั้นการเลี้ยงปลาอะโรวาน่า ก็เพิ่มจำนวนขึ้นจากวันแรกถึง10 ปีที่แล้ว (พศ.2540) ก็มีปลาอะโรวาน่าอยู่ในฟาร์มประมาณ 400 ตัว และปกติปลาอโรวาน่ามักเลี้ยงโชว์ตามตู้เป็นตัว แต่ทางฟาร์มได้ริเริ่มเลี้ยงปลาอโรวาน่าแบบเป็นฝูงตั้งแต่ 8 ตัวถึงฝูงละ
200 ตัว ที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 18 นิ้ว ขึ้นไป เมื่อปี 2542 ก็เริ่มทำการตลาด เพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับปลานี้ โดยทางฟาร์มได้ไปขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่กรมประมง มาเพื่อเป็นฟาร์มที่เพาะเลี้ยงปลาอะโรวาน่าของเอกชนที่ถูกต้องแห่งแรกในประเทศไทย
จนถึงปัจจุบันถือได้ว่า AFAROWANA FRAM เป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงอะโรวาน่าที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย
HOME
ABOUT US
PRODUCT
TANK FIBER
PROMOTION
WEBBOARD
ARITICLE
CONTACT US